ทำไมพื้นบ้านเหนียวหลังถู? วิธีแก้ไขอย่างไร เดี๋ยวบริษัทรับทำความสะอาดบ้าน เชียงใหม่ จะแนะนำให้คุณเอง
ทำไมพื้นบ้านเหนียวหลังถู? สาเหตุ วิธีแก้ไข และเทคนิคถูพื้นให้สะอาดไม่เหนียว
บริษัทรับทำความสะอาดบ้าน เชียงใหม่ พบว่าปัญหา “พื้นบ้านเหนียวหลังถู” เป็นหนึ่งในปัญหาที่หลายบ้านเจอ แม้จะตั้งใจทำความสะอาดพื้นอย่างเต็มที่ แต่หลังจากพื้นแห้งกลับรู้สึกเหนียวเท้า มีคราบเป็นดวง หรือเดินแล้วเหมือนมีสิ่งสกปรกติดอยู่ที่พื้น ปัญหานี้ไม่ได้หมายความว่าถูพื้นไม่สะอาดเสมอไป แต่ในหลายกรณีเกิดจาก การใช้น้ำยาในปริมาณที่ไม่เหมาะสม การล้างน้ำยาออกไม่หมด อุปกรณ์ถูพื้นที่สกปรก หรือคราบสะสมบนพื้นเป็นเวลานาน
การทำความสะอาดพื้นที่ดีจึงไม่ได้วัดจากการที่พื้นเปียกหรือมีกลิ่นหอมหลังถูเท่านั้น แต่ควรพิจารณาว่า เมื่อพื้นแห้งแล้วต้องสะอาด ไม่เหนียว ไม่เป็นคราบ และไม่ทิ้งสารตกค้าง เพราะพื้นบ้านเป็นบริเวณที่สมาชิกในครอบครัวต้องสัมผัสและใช้งานอยู่ทุกวัน
บทความนี้จะพาไปดูสาเหตุที่แท้จริงของพื้นเหนียวหลังถู วิธีแก้ปัญหาแบบถูกขั้นตอน รวมถึงเทคนิคจากงานทำความสะอาดที่สามารถนำไปใช้กับบ้าน คอนโด ออฟฟิศ และพื้นที่ใช้งานประเภทต่าง ๆ ได้

พื้นบ้านเหนียวหลังถู เกิดจากอะไร?
ก่อนแก้ปัญหา เราควรหาสาเหตุให้เจอก่อน เพราะพื้นเหนียวไม่ได้เกิดจากปัจจัยเพียงอย่างเดียว โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยมีดังนี้
1. ใช้น้ำยาถูพื้นมากเกินไป
หลายคนเข้าใจว่า ยิ่งใส่น้ำยาถูพื้นเยอะ พื้นก็ยิ่งสะอาด แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป
น้ำยาทำความสะอาดส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ใช้ตามอัตราส่วนที่กำหนด หากเทน้ำยาลงในถังน้ำมากเกินไป สารทำความสะอาดอาจเหลืออยู่บนพื้น เมื่อพื้นแห้งจึงเกิดเป็นฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวเอาไว้
ผลที่ตามมาคือ
พื้นรู้สึกเหนียวเมื่อเดินเท้าเปล่า
มีรอยเท้าปรากฏง่าย
ฝุ่นและเส้นผมเกาะพื้นเร็ว
พื้นดูหมองแม้เพิ่งถู
บางจุดอาจเกิดคราบขาวหรือคราบเป็นวง
ดังนั้น การเพิ่มปริมาณน้ำยาไม่ได้หมายถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดเสมอไป
2. ถูพื้นโดยไม่กวาดหรือดูดฝุ่นก่อน
หากมีฝุ่น เศษอาหาร เส้นผม ทราย หรือคราบแห้งอยู่บนพื้น แล้วนำผ้าถูพื้นเปียกไปถูทันที สิ่งสกปรกเหล่านั้นอาจผสมกับน้ำและน้ำยาจนกลายเป็นคราบเหนียว
โดยเฉพาะบริเวณ
ห้องครัว
ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร
หน้าประตู
บริเวณที่เด็กเล่น
พื้นที่เลี้ยงสัตว์
พื้นที่ใกล้ถังขยะ
การ กวาดหรือดูดฝุ่นก่อนถูพื้น จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
3. ผ้าถูพื้นสกปรกเกินไป
ผ้าถูพื้นมีหน้าที่ดึงสิ่งสกปรกออกจากพื้น แต่หากผ้าถูพื้นเต็มไปด้วยฝุ่น คราบมัน หรือสิ่งสกปรก แล้วนำกลับมาใช้ซ้ำโดยไม่ซักหรือเปลี่ยนน้ำ จะกลายเป็นการนำสิ่งสกปรกกลับไปกระจายบนพื้น
สังเกตได้ง่าย ๆ หากถูพื้นแล้วพื้นไม่สะอาดขึ้น หรือมีกลิ่นอับหลังทำความสะอาด อาจต้องเริ่มตรวจสอบที่ ผ้าถูพื้นและถังน้ำ ก่อน
4. น้ำถูพื้นสกปรกเกินไป
การใช้น้ำถังเดิมถูพื้นที่บ้านทั้งหมดโดยไม่เปลี่ยนน้ำ อาจทำให้น้ำค่อย ๆ สะสมฝุ่น ไขมัน และสิ่งสกปรก
ช่วงแรกผ้าอาจกำลังทำความสะอาดพื้น แต่เมื่อใช้น้ำเดิมนานขึ้น ประสิทธิภาพจะลดลง และสิ่งสกปรกอาจถูกกระจายไปยังพื้นที่อื่น
5. พื้นมีคราบไขมันสะสม
คราบมันเป็นอีกสาเหตุสำคัญ โดยเฉพาะในห้องครัว หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับคราบมัน หรือทำความสะอาดเพียงผิวด้านบน คราบบางส่วนอาจยังคงอยู่
เมื่อน้ำยาถูพื้นเข้าไปผสมกับคราบมัน พื้นอาจมีความรู้สึก ลื่น เหนียว หรือหนึบ หลังแห้ง
6. มีน้ำยาหรือสารเคลือบพื้นสะสม
พื้นบางประเภทมีการใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบเงาหรือผลิตภัณฑ์บำรุงพื้น หากใช้ซ้ำมากเกินไปโดยไม่ล้างชั้นเก่าออก อาจเกิดการสะสมเป็นชั้น ๆ
เมื่อเวลาผ่านไปพื้นอาจ
เหนียว
หมอง
เป็นรอยด่าง
จับฝุ่นง่าย
มีคราบซ้อนหลายชั้น
กรณีนี้การถูด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด
บริษัทรับทำความสะอาดบ้าน เชียงใหม่ แนะนำ: วิธีแก้พื้นเหนียวหลังถูอย่างถูกต้อง
เมื่อพบว่าพื้นเหนียวหลังทำความสะอาด สิ่งแรกที่ควรทำคือ หยุดเพิ่มน้ำยา เพราะการเติมน้ำยาเพิ่มอาจทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น
แนวทางแก้ไขเบื้องต้นสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1: เก็บฝุ่นและเศษสิ่งสกปรกออกก่อน
ใช้ไม้กวาด เครื่องดูดฝุ่น หรืออุปกรณ์ที่เหมาะกับพื้น เก็บฝุ่นและเศษขยะทั้งหมดออกก่อน
ควรเน้นบริเวณมุมห้อง ใต้เฟอร์นิเจอร์ ขอบผนัง และพื้นที่ที่มีฝุ่นสะสม เพราะบริเวณเหล่านี้มักถูกมองข้าม
ขั้นตอนที่ 2: เตรียมน้ำสะอาด
หากสงสัยว่าพื้นเหนียวเกิดจากน้ำยาถูพื้นที่ตกค้าง ให้เริ่มต้นด้วย น้ำสะอาด และอุปกรณ์ที่สะอาด
ไม่ควรเติมน้ำยาถูพื้นเพิ่มทันที
ขั้นตอนที่ 3: ใช้ผ้าสะอาดเช็ดพื้น
ชุบน้ำสะอาดแล้วบิดให้หมาด จากนั้นเช็ดพื้นอย่างทั่วถึง
หากพื้นมีความเหนียวมาก อาจต้องทำซ้ำหลายรอบ โดยระหว่างนั้นควรซักผ้าหรือเปลี่ยนน้ำเพื่อไม่ให้สิ่งตกค้างถูกนำกลับมาป้ายบนพื้น
ขั้นตอนที่ 4: เช็ดซ้ำด้วยผ้าแห้งหรือปล่อยให้แห้งอย่างเหมาะสม
หลังทำความสะอาด ควรช่วยระบายอากาศเพื่อให้พื้นแห้งเร็วขึ้น
พื้นบางชนิดไม่ควรปล่อยให้มีน้ำขัง เพราะความชื้นที่มากเกินไปอาจส่งผลต่อวัสดุหรือทำให้เกิดกลิ่นอับได้

บริษัทรับทำความสะอาดบ้าน เชียงใหม่ เลือกน้ำยาอย่างไรไม่ให้พื้นเหนียว?
น้ำยาทำความสะอาดแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์เดียวกับพื้นทุกประเภทโดยไม่ตรวจสอบคำแนะนำจากผู้ผลิต
สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาคือ ชนิดของพื้นและประเภทของคราบ
พื้นกระเบื้อง
สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นที่เหมาะสมกับกระเบื้อง แต่ควรควบคุมปริมาณน้ำยา และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทิ้งสารเคลือบตกค้างโดยไม่จำเป็น
พื้นกระเบื้องยางหรือไวนิล
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าสามารถใช้กับพื้นประเภทนั้นได้ เพราะผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจส่งผลต่อผิววัสดุ
พื้นไม้และลามิเนต
ควรระมัดระวังเรื่องปริมาณน้ำเป็นพิเศษ ไม่ควรใช้วิธีถูแบบเปียกชุ่ม เพราะน้ำอาจส่งผลต่อวัสดุและรอยต่อ
พื้นหินธรรมชาติ
หินแต่ละชนิดมีคุณสมบัติต่างกัน และผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจไม่เหมาะกับพื้นหิน ดังนั้นควรตรวจสอบชนิดของหินและคำแนะนำจากผู้ผลิตก่อนเลือกน้ำยา
หลักสำคัญคือ ใช้น้ำยาให้เหมาะกับพื้น ไม่ใช่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่แรงที่สุด
ทำไมถูพื้นหลายรอบแล้วพื้นยังเหนียว?
หากถูพื้นหลายครั้งแล้วยังเหนียว ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “จำนวนครั้งที่ถู” แต่อาจอยู่ที่ สิ่งที่กำลังถูกนำกลับไปเคลือบบนพื้น
ตัวอย่างเช่น
น้ำยาเข้มข้นเกินไป → ถูพื้น → ผ้าไม่สะอาด → น้ำสกปรก → ถูซ้ำ → สารตกค้างยังอยู่บนพื้น
ดังนั้นการถูซ้ำโดยใช้กระบวนการเดิมอาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา
สิ่งที่ควรเปลี่ยนคือ กระบวนการทำความสะอาด
ควรเปลี่ยนทั้งน้ำ ผ้าถูพื้น วิธีบิดผ้า และลำดับการทำงาน ไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนรอบในการถู
7 จุดในบ้านที่มักทำให้พื้นเหนียวโดยไม่รู้ตัว
ปัญหาพื้นเหนียวไม่ได้เกิดขึ้นทั่วบ้านเสมอไป บางครั้งเกิดเฉพาะบางพื้นที่
1. ห้องครัว
มีทั้งน้ำมัน เศษอาหาร และคราบจากการประกอบอาหาร
2. หน้าประตูบ้าน
เป็นจุดที่รองรับฝุ่น ทราย และสิ่งสกปรกจากภายนอก
3. ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร
อาจมีคราบอาหารและเครื่องดื่มที่มองไม่เห็น
4. บริเวณโซฟา
มีฝุ่น เส้นผม และคราบจากการใช้งานสะสม
5. พื้นที่เลี้ยงสัตว์
อาจมีคราบอาหาร น้ำลาย หรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ
6. ห้องน้ำด้านนอกพื้นที่เปียก
อาจมีคราบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและสารตกค้างจากการใช้งาน
7. บริเวณรอบถังขยะ
อาจมีคราบของเหลวหรือเศษอาหารที่ตกหล่น
พื้นที่เหล่านี้ควรได้รับการทำความสะอาดแบบเจาะจงมากกว่าการถูพื้นทั่วไป

เทคนิคถูพื้นให้สะอาดและไม่เหนียว
การทำความสะอาดพื้นที่มีประสิทธิภาพควรเริ่มจากการลดสิ่งสกปรกก่อน แล้วจึงใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม
เทคนิคที่ 1: ทำความสะอาดจากบนลงล่าง
เช็ดฝุ่นและสิ่งสกปรกจากเฟอร์นิเจอร์ก่อน แล้วจึงทำพื้นเป็นขั้นตอนสุดท้าย
เทคนิคที่ 2: ทำจากพื้นที่สะอาดไปสกปรก
ช่วยลดการนำสิ่งสกปรกจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่ง
เทคนิคที่ 3: แบ่งพื้นที่เป็นโซน
ไม่ควรใช้น้ำถังเดียวถูทั้งบ้านโดยไม่เปลี่ยน เพราะพื้นที่แต่ละจุดมีระดับความสกปรกแตกต่างกัน
เทคนิคที่ 4: ใช้ผ้าถูพื้นที่สะอาด
หากผ้าสกปรกมาก ควรซักหรือเปลี่ยน ไม่ควรฝืนใช้ต่อ
เทคนิคที่ 5: ควบคุมปริมาณน้ำยา
ปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์เป็นหลัก
เทคนิคที่ 6: ทดสอบผลิตภัณฑ์ก่อนใช้พื้นที่ขนาดใหญ่
หากเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ควรทดสอบบริเวณเล็ก ๆ ก่อน เพื่อดูผลต่อพื้น
พื้นเหนียวแบบไหนที่ควรเรียกผู้เชี่ยวชาญ?
หากพื้นเหนียวเพียงเล็กน้อยหลังจากใช้น้ำยามากเกินไป สามารถเริ่มแก้ด้วยน้ำสะอาดและอุปกรณ์ที่สะอาดได้
แต่หากพบอาการต่อไปนี้ ควรพิจารณาใช้บริการผู้เชี่ยวชาญด้านการทำความสะอาด
พื้นเหนียวมานานหลายเดือน
มีคราบสะสมหลายชั้น
พื้นเป็นด่างหรือเป็นคราบ
มีคราบมันฝังแน่น
พื้นมีกลิ่นผิดปกติ
ทำความสะอาดหลายครั้งแล้วไม่ดีขึ้น
ไม่ทราบว่าพื้นเป็นวัสดุประเภทใด
มีการเคลือบหรือขัดเงาพื้นมาก่อน
ต้องการทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง
งานลักษณะนี้ควรเริ่มจาก การประเมินสภาพพื้น ก่อนเลือกวิธีทำความสะอาด เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์ผิดประเภทอาจสร้างความเสียหายมากกว่าการแก้ปัญหา
บริษัทรับทำความสะอาดบ้าน เชียงใหม่ ช่วยแก้ปัญหาพื้นเหนียวได้อย่างไร?
สำหรับบ้านที่มีคราบสะสมหรือมีปัญหาพื้นเหนียวซ้ำ ๆ การทำความสะอาดแบบทั่วไปอาจไม่เพียงพอ เพราะต้องพิจารณาทั้ง ชนิดพื้น สภาพคราบ อายุของคราบ ผลิตภัณฑ์ที่เคยใช้ และวิธีทำความสะอาดที่ผ่านมา
ทีมงานมืออาชีพควรเริ่มจากการสำรวจพื้นที่ แล้วจึงเลือกวิธีการทำความสะอาดที่เหมาะสม
กระบวนการที่เป็นระบบสามารถประกอบด้วย
ตรวจสอบประเภทพื้น
ประเมินระดับความสกปรก
แยกประเภทคราบ
เลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสม
เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับพื้น
ทดสอบในพื้นที่ขนาดเล็ก
ทำความสะอาดตามขั้นตอน
ตรวจสอบผลหลังทำความสะอาด
เก็บรายละเอียดบริเวณขอบและมุม
ส่งมอบพื้นที่ที่พร้อมใช้งาน
หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการทำให้พื้นดูสะอาดในขณะที่ยังเปียก แต่ต้องตรวจสอบ สภาพพื้นหลังแห้ง ด้วย เพราะเป็นช่วงที่สามารถเห็นคราบตกค้างและความเหนียวได้ชัดเจนที่สุด
สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อพื้นบ้านเหนียว
เมื่อพบว่าพื้นเหนียว หลายคนอาจพยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีที่รุนแรงขึ้น แต่บางวิธีอาจทำให้พื้นเสียหาย
ไม่ควรเทน้ำยาเพิ่มโดยไม่ทราบสาเหตุ
หากต้นเหตุคือน้ำยาตกค้าง การเติมน้ำยาเพิ่มอาจทำให้เกิดสารตกค้างมากกว่าเดิม
ไม่ควรผสมน้ำยาหลายชนิดเอง
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบางประเภทไม่ควรนำมาผสมกัน เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์
ไม่ควรใช้แปรงหรืออุปกรณ์หยาบกับพื้นทุกประเภท
พื้นบางชนิดอาจเกิดรอยจากแรงขัดที่มากเกินไป
ไม่ควรปล่อยให้พื้นเปียกเป็นเวลานาน
โดยเฉพาะวัสดุที่ไวต่อความชื้น
ไม่ควรใช้น้ำยาผิดประเภท
ผลิตภัณฑ์สำหรับห้องน้ำ คราบมัน หรือกระจก ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับพื้นทุกชนิด
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้นเหนียวหลังถู
ทำไมพื้นถึงเหนียวทั้งที่เพิ่งถู?
สาเหตุที่พบได้บ่อยคือ น้ำยาถูพื้นตกค้างบนพื้น จากการใช้ผลิตภัณฑ์เข้มข้นเกินไป หรือไม่ได้เช็ดล้างสารตกค้างออกอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากคราบมันและสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่เดิม
ใช้น้ำเปล่าถูพื้นแล้วจะหายเหนียวไหม?
หากความเหนียวเกิดจากน้ำยาที่ตกค้าง การใช้น้ำสะอาดเช็ดซ้ำสามารถช่วยลดสารตกค้างได้ แต่หากเป็นคราบมัน คราบสะสม หรือชั้นผลิตภัณฑ์ที่เคลือบพื้น อาจต้องใช้วิธีทำความสะอาดที่เหมาะสมกับชนิดของคราบและพื้น
ทำไมพื้นเหนียวเฉพาะบางจุด?
บริเวณที่เหนียวอาจมีคราบเฉพาะจุด เช่น คราบอาหาร เครื่องดื่ม น้ำมัน คราบจากสัตว์เลี้ยง หรือผลิตภัณฑ์ที่ตกค้าง จึงควรตรวจสอบพื้นที่นั้นโดยตรง
น้ำยาถูพื้นยิ่งเยอะยิ่งสะอาดจริงหรือไม่?
ไม่จริงเสมอไป การใช้ผลิตภัณฑ์มากเกินคำแนะนำอาจทำให้เกิดสารตกค้างบนพื้น และทำให้พื้นเหนียวหรือดึงดูดฝุ่นได้ง่ายขึ้น
ควรถูพื้นบ่อยแค่ไหน?
ความถี่ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกในบ้าน สัตว์เลี้ยง การใช้งาน และสภาพแวดล้อม บ้านที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยงอาจต้องทำความสะอาดบ่อยกว่าบ้านที่มีการใช้งานน้อย
เมื่อไหร่ควรทำความสะอาดบ้านแบบ Big Cleaning?
หากมีคราบสะสมจำนวนมาก บ้านไม่ได้ทำความสะอาดอย่างละเอียดมานาน หรือการทำความสะอาดประจำวันไม่สามารถจัดการคราบได้ทั้งหมด การทำ Big Cleaning เป็นระยะสามารถช่วยจัดการพื้นที่ที่มักถูกละเลยได้อย่างเป็นระบบ
สรุป: พื้นบ้านเหนียวหลังถูไม่ได้แปลว่าถูไม่สะอาด
ปัญหา พื้นบ้านเหนียวหลังถู สามารถเกิดจากหลายปัจจัย ตั้งแต่การใช้น้ำยามากเกินไป น้ำสกปรก ผ้าถูพื้นไม่สะอาด ไปจนถึงคราบมันและสารเคลือบที่สะสมอยู่บนพื้น
แนวทางที่ถูกต้องคือ ค้นหาสาเหตุก่อนเลือกวิธีแก้ ไม่ใช่เพิ่มน้ำยา เพิ่มแรงขัด หรือถูซ้ำไปเรื่อย ๆ
การทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพควรเริ่มจากการกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรก เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับวัสดุ ควบคุมปริมาณน้ำยา ใช้อุปกรณ์สะอาด และตรวจสอบพื้นอีกครั้งหลังแห้ง
สำหรับบ้านที่มีคราบฝังแน่น พื้นเหนียวเรื้อรัง หรือมีพื้นที่ขนาดใหญ่ การใช้บริการจาก บริษัทรับทำความสะอาดบ้าน เชียงใหม่ ที่มีทีมงานและอุปกรณ์เหมาะสม สามารถช่วยให้การทำความสะอาดเป็นระบบมากขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ผิดประเภทหรือวิธีทำความสะอาดที่ไม่เหมาะกับพื้น
พื้นสะอาดที่ดีไม่ใช่แค่ “ดูสะอาด” แต่ควรสะอาดจริงเมื่อสัมผัส ไม่เหนียว ไม่ทิ้งคราบ และเหมาะสมกับวัสดุของพื้น
Checklist ง่าย ๆ ก่อนถูพื้นครั้งต่อไป
☑️ กวาดหรือดูดฝุ่นก่อน
☑️ แยกพื้นที่สกปรกมากและสกปรกน้อย
☑️ ใช้ผ้าถูพื้นที่สะอาด
☑️ เปลี่ยนน้ำเมื่อเริ่มสกปรก
☑️ ใช้น้ำยาตามอัตราส่วนที่กำหนด
☑️ ไม่ผสมน้ำยาหลายชนิดเอง
☑️ เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับพื้น
☑️ ไม่ปล่อยให้น้ำขัง
☑️ ตรวจสอบพื้นหลังแห้ง
☑️ หากมีคราบสะสมเรื้อรัง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน
เพราะการถูพื้นที่ดี ไม่ใช่การทำให้พื้นเปียกที่สุด แต่คือการนำสิ่งสกปรกออกจากพื้นให้ได้มากที่สุด โดยไม่ทิ้งสารตกค้างกลับคืนมา หรือหากต้องการปรึกษาเพิ่มเติมติดต่อเรา บริษัทรับทำความสะอาด เชียงใหม่ เดอะเบสคลีนนิ่ง




